วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บันทึกเรื่องราวการเรียนวันที่ 2,9 มิถุนายน 2553

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม 2553

ดิฉันได้ทำงานใน e-Learning ทั้งสองสัปดาห์และได้มีการคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องงานที่ต้องไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนซึ่งกลุ่มดิฉันตกลงไปที่โรงเรียนวอนนภาศัพท์ กันและอาทิตย์ที่ผ่านมาได้เรียนรู้เรื่องศูนย์วิทยบริการและทรัพยากรการเรียนรู้ของโรงเรียนทำให้ได้รู็้้ถึงสาระสำคัญมากขึ้น และวันนี้กลุ่มของดิฉันได้ไปดูห้องสมุดที่โรงเรียนวอนนภาศัพท์มาทำให้ได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างห้องสมุดในแต่ละที่



วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

บันทึกเรื่องราวการเรียน25/06/53

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วันนี้ดิฉันได้เข้าเรียนวิชานี้ อาจารย์ให้ทำการบ้าน โดยการหาคำตอบจาก internet เป็นคำถามที่เกี่ยวกับศูนย์การเรียนรู้ อยากไปทัศนศึกษานอกสถานที่มั่งจัง ดูแล้วน่าไปมาก ๆ


ความแตกต่างระหว่างการเรียนแบบ e-learning กับการเรียนในห้องเรียน

การเรียนแบบ e-learning เป็นการเรียนที่ดีกว่าการนั่งจด ตามที่อาจารย์อธิบายให้ฟัง และดีกว่าการนั่งตอบคำถามในใบงานที่อาจารย์มอบหมายให้ทำ การเรียนในห้องเรียนไม่สนุก น่าเบื่อ บางครั้งก็ทำให้เผลอง่วงได้


ถ้ามีโอกาสอยากจะเรียนกับอาจารย์อุทิศอีกครั้งในวิชาอื่นที่น่าเรียน


ดี จ๊ะ

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กิจกรรมที่ 3 ก้าวทันเทคโนโลยีการจัดการด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเว็บบล๊อก

สรุปทฤษฎีหลักการจัดการ

กลุ่มการจัดการแบบวิทยาศาสตร์
เป็นกระบวนการจัดการที่อาศัยหลักเกณฑ์ทาง วิทยาศาสตร์ ในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ ใช้หลักเหตุผล สามารถพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้

Frederick W. Taylor (Frederick W.Taylor,1881) ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ สร้างแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ ในการหาวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด มุ่งให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ความรู้ความสามารถมากที่สุด การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตโดยพยายามลดต้นทุนและเพิ่มกำไร รวมถึงเพิ่มค่าจ้างให้คนงานที่สามารถเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น โดยถือหลักของการให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม หลักการจัดการทางวิทยาศาสตร์ อาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือหลักของเหตุผล เพื่อที่จะค้นหาวิธีทำงานที่มีประสิทธิภาพที่สุด กำหนดมาตรฐานของงาน คุณภาพ และปริมาณของผลงานที่ต้องการ โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับผู้ปฏิบัติ มีการพิจารณาผลตอบแทนในการปฏิบัติงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการของผลผลิต

ลักษณะที่สำคัญ 4 ประการ การจัดการแบบวิทยาศาสตร์ของ Taylor
พัฒนาความรู้ในวิธีการทำงานโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ ต้องมีการคัดเลือกและพัฒนาคนงาน โดยใช้หลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ : เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมกับงาน ทำให้งานที่ทำมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
มีการร่วมมือกันอย่างจริงจังในทำงานจากทุกฝ่าย
มีการแบ่งงานกันทำตามความเหมาะสม

ผลงานที่สำคัญของ Taylor

การใช้ระบบค่าตอบแทนรายชิ้น: ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย หลักการเสียเวลา: เป็นการศึกษาเพื่อหาเวลามาตรฐานในการทำงานแต่ละชิ้นว่าควรจะใช้เวลาเท่าใด ใช้หลัก Put the right man in the right job
หลักการทำงานตามแบบวิทยาศาสตร์: ฝ่ายบริหารควรกำหนดวิธีการและมาตรฐานในการปฏิบัติงานโดยใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถวัดและตรวจสอบได้ (Method and Tools)
หลักการแยกงานด้านการวางแผนออกจากงานปฏิบัติ:
งานด้านวางแผนเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร
งานด้านการปฏิบัติเป็นหน้าที่ของคนงาน
หลักการควบคุมโดยฝ่ายจัดการ: ผู้จัดการควรได้รับการฝึกที่ดี สามารถวางแผนและควบคุมการปฏิบัติงานได้
หลักการจัดระเบียบการปฏิบัติงาน: การปฏิบัติงานต้องมีกฎระเบียบ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ


ที่มา:
http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:1b1ye1vouGMJ:aphinant.aru.ac.th/wp-content/uploads/2008/10/theory-of-management1.ppt+%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&cd=2&hl=th&ct=clnk&gl=th



ประโยชน์ของเว็บบล็อก
บล็อกมีประโยชน์มากมาย ขึ้นอยู่ว่าเราต้องการที่จะทำอะไร โดยประโยชน์ของบล็อก สรุปได้ดังนี้

-ให้ข่าวสารข้อมูล เว็บไซต์ของเราเอง เราสามารถที่จะทำตัวเป็น Guru หรือผู้รู้ด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษได้ ทั้งเรื่องของกีฬา แฟชั่น ดนตรี ภาพยนต์ หรือเรื่องอะไรก็ได้ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเหตุบ้านการเมือง แต่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เมื่อเราเป็นฝ่ายให้ข้อมูลไป ก็ต้องระวังเรื่องเสียงตอบรับกลับมาด้วยเช่นกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องที่สนใจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกของเราได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่เขียนไว้ในบล็อก

-พบเจอเพื่อนใหม่ๆ การมีสังคมบนโลกออนไลน์ง่ายขึ้นเป็นกองด้วยการมีบล็อก เพราะเรื่องราวในบล็อกของเราจะเป็นสื่อที่ทำให้คนอื่นทั่วไปในอินเทอร์เน็ตรู้จักเรามากขึ้น การโพสต์รูปหรือข้อความหาเพื่อนบนอินเทอร์เน้ตดูเหมือนจะเชยไปแล้ว บล็อกให้อะไรที่มากกว่าการโพสต์รูปและข้อความหลายเท่านัก ซึ่งการคอมเมนต์บล็อกช่วยให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

-ค้าขายสินค้าในเว็บบล็อก บล็อกนั้นก็เป็นเหมือนเว็บไซต์ส่วนตัวของเรา จึงมีหลายคนใช้เว็บบล็อกเป็นแหล่งให้ข้อมูลและใช้โพสต์รูปขายสินค้าไปด้วยเลย แต่ควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีด้วยว่าบล็อกที่คุณสมัครอนุญาตให้ขายสินค้าหรือไม่

-สร้างง่ายไม่เสียเงิน เราไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษาคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ ไม่ต้องซื้อหนังสือเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์เล่มโต ซึ่งช่วยลดเวลาที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ส่วนตัวของเราได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช้าพื้นที่บนอินเทอร์เน็ตอีกด้วย อื่นๆ อีกมากมาย


ความรู้สึกของกิจกรรมการเรียนการสอนวันนี้
ได้เรียนในห้องคอมวันนี้ สนุกดี แต่งบล็อก หาข้อมูลต่างๆที่จะนำมาเป็นข้อมูลใน blogger การเรียนรู้ที่หลากหลายทำให้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนๆ และได้ออกแบบบล็อกให้เป็นในแบบของเรา ตามสไตล์ของแต่ละคน

กิจกรรมที่ 2 ตั้งความหวังสู่ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

ขอบข่ายงานของเทคโนโลยีการศึกษา

แนวคิดของสมาคมสื่อสารและเทคโนโลยีการศึกษาแห่งสหรัฐอเมริกา (Association for Educational Communications and Technology: AECT, 1994)
ได้แบ่งขอบข่ายเทคโนโลยีการศึกษาตาม Seels and Richey ได้ศึกษาไว้ ประกอบด้วย 5 ขอบข่ายใหญ่ และแต่ละขอบข่ายแยกเป็น 4 ขอบข่ายย่อย รวมเป็นขอบข่ายย่อยทั้งหมด 20 ขอบข่าย ดังนี้

1.1 การออกแบบ (design) คือ กระบวนการในการกำหนดสภาพของการเรียนรู้
1.1.1 การออกแบบระบบการสอน (instructional systems design) เป็นวิธีการจัดการที่รวมขั้นตอนของการสอนประกอบด้วย การวิเคราะห์ (analysis) คือ กระบวนการที่กำหนดว่าต้องการให้ผู้เรียนได้รับอะไร เรียนในเนื้อหาอะไร การออกแบบ (design) กระบวนการที่จะต้องระบุว่าให้ผู้เรียนเรียนอย่างไร การพัฒนา (development) คือ กระบวนการสร้างผลิตสื่อวัสดุการสอน การนำไปใช้ (implementation) คือ การใช้วัสดุและยุทธศาสตร์ต่างๆ ในการสอน และการประเมิน (evaluation) คือ กระบวนการในการประเมินการสอน
1.1.2 ออกแบบสาร (message design) เป็นการวางแผน เปลี่ยนแปลงสารเน้นทฤษฎีการเรียนที่ประยุกต์ความรู้บนพื้นฐานของความสนใจ การรับรู้ ความจำ การออกแบบสารมีจุดประสงค์เพื่อการสื่อความหมายกับผู้เรียน
1.1.3 กลยุทธ์การสอน (instructional strategies) เน้นที่การเลือก ลำดับเหตุการณ์ และกิจกรรมในบทเรียน ในทางปฏิบัติกลยุทธ์การสอนมีความสัมพันธ์กับสถานการณ์การเรียน ผลของปฏิสัมพันธ์นี้สามารถอธิบายได้โดยโมเดลการสอน การเลือกยุทธศาสตร์การสอนและโมเดลการสอนต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเรียน รวมถึงลักษณะผู้เรียน ธรรมชาติของเนื้อหาวิชา และจุดประสงค์ของผู้เรียน
1.1.4 ลักษณะผู้เรียน (learner characteristics) คือลักษณะและประสบการณ์เดิมของผู้เรียนที่จะมีผลต่อกระบวนการเรียน การสอน การเลือก และการใช้ยุทธศาสตร์การสอน


1.2 การพัฒนา(development)เป็นกระบวนการของการเปลี่ยนการออกแบบ ประกอบด้วย
1.2.1 เทคโนโลยีสิ่งพิมพ์ (print technologies) เป็นการผลิต หรือส่งสาร สื่อด้านวัสดุ เช่น หนังสือ โสตทัศนวัสดุพื้นฐานประเภทภาพนิ่ง ภาพถ่าย รวมถึงสื่อข้อความ กราฟิก วัสดุภาพสิ่งพิมพ์ ทัศนวัสดุ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการพัฒนา การใช้สื่อวัสดุการสอนอื่นๆ
1.2.2 เทคโนโลยีโสตทัศนูปกรณ์ (audiovisual technologies) เป็นวิธีการในการจัดหา หรือส่งถ่ายสาร โดยใช้เครื่องมืออุปกรณ์ หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำเสนอสารต่างๆ ด้วยเสียง และภาพ โสตทัศนูปกรณ์จะช่วยแสดงสิ่งที่เป็นธรรมชาติจริง ความคิดที่เป็นนามธรรม เพื่อผู้สอนนำไปใช้ให้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน
1.2.3 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ (computer – based technologies) เป็นวิธีการในการจัดหา หรือส่งถ่ายสารโดยการใช้ไมโครโพรเซสเซอร์ เพื่อรับและส่งข้อมูลแบบดิจิตอล ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์จัดการสอน โทรคมนาคม การสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ การเข้าถึงและใช้แหล่งข้อมูลในเครือข่าย
1.2.4 เทคโนโลยีบูรณาการ (integrated technologies) เป็นวิธีการในการจัดหา หรือส่งถ่ายข้อมูลกับสื่อหลาย ๆ รูปแบบภายใต้การควบคุมของคอมพิวเตอร์


1.3 การใช้ (utilization) เป็นการใช้กระบวนการ และแหล่งทรัพยากรเพื่อการเรียนการสอน ประกอบด้วย 1.3.1 การใช้สื่อ (media utilization) เป็นระบบของการใช้สื่อ แหล่งทรัพยากรเพื่อ การเรียน โดยใช้กระบวนการตามที่ผ่านการออกแบบการสอน
1.3.2 การแพร่กระจายนวัตกรรม (diffusion of innovations) เป็นกระบวนการสื่อความหมาย รวมถึงการวางยุทธศาสตร์ หรือจุดประสงค์ให้เกิดการยอมรับนวัตกรรม
1.3.3 วิธีการนำไปใช้ และการจัดการ (implementation and institutionalization) เป็นการใช้สื่อการสอนหรือยุทธศาสตร์ในสถานการณ์จริงอย่างต่อเนื่องและใช้นวัตกรรมการศึกษาเป็นประจำในองค์การ
1.3.4 นโยบาย หลักการและกฎระเบียบข้อบังคับ (policies and regulations)
เป็นกฎระเบียบ ข้อบังคับของสังคมที่ส่งผลต่อการแพร่กระจาย และการใช้เทคโนโลยีการศึกษา



1.4 การจัดการ (management) เป็นการควบคุมกระบวนการทางเทคโนโลยีการศึกษา ตลอดจนการวางแผน การจัดการ การประสานงาน และการให้คำแนะนำ ประกอบด้วย
1.4.1 การจัดการโครงการ (project management) เป็นการวางแผน กำกับ ควบคุม การออกแบบ และพัฒนาโครงการสอน
1.4.2 การจัดการแหล่งทรัพยากร (resource management) เป็นการวางแผน กำกับ ควบคุมแหล่งทรัพยากร ที่ช่วยระบบและการบริการ
1.4.3 การจัดการระบบส่งถ่าย (delivery system management) เป็นการวางแผน กำกับ ควบคุมวิธีการซึ่งแพร่กระจายสื่อการสอนในองค์การ รวมถึงสื่อ และวิธีการใช้ที่จะนำเสนอสารไปยังผู้เรียน
1.4.4 การจัดการสารสนเทศ (information management) เป็นการวางแผน กำกับ ควบคุม การเก็บ การส่งถ่าย หรือกระบวนการของข้อมูลสารเพื่อสนับสนุนแหล่งทรัพยากรการเรียน


1.5 การประเมิน (evaluation) กระบวนการหาข้อมูลเพื่อกำหนดความเหมาะสมของการเรียนการสอน ประกอบด้วย
1.5.1 การวิเคราะห์ปัญหา (problem analysis) เป็นการทำให้ปัญหาสิ้นสุด โดยการใช้ข้อมูลต่างๆ และวิธีการที่จะช่วยตัดสินใจ
1.5.2 เกณฑ์การประเมิน (criterion – reference measurement) เทคนิคการใช้เกณฑ์เพื่อการประเมินการสอน หรือประเมินโครงการเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
1.5.3 การประเมินความก้าวหน้า (formative evaluation) มีการใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสมจากการประเมินความก้าวหน้าเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาต่อไป
1.5.4 การประเมินผลสรุป (summative evaluation) มีการใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสมที่จะตัดสินใจกับการดำเนินงานโปรแกรม หรือโครงการต่อไป



ความหมายของศูนย์
ศูนย์ หมายถึง แหล่งรวมทรัพยากรที่ส่งเสริมการเรียนรู้

  • สำนักงาน/อาคาร
  • บทบาท/ภาระหน้าที่
  • นโยบายการจัดการ
  • กลุ่มเป้าหมาย/วิสัยทัศน์
  • ขอบข่ายการให้บริการ
  • โครงสร้างการบริหารงาน
  • แผนการดำเนินงาน

ความหมายของทรัพยากร
ทรัพยากร หมายถึง สิ่งที่นำมาใช้แล้วก่อให้เกิดประโยชน์และเป็นสิ่งที่มีคุณค่า แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
2.1 ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุต่าง ๆ ฯลฯ
2.2 ทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง ประชากรทุกคน


ที่มา: http://courseware.rmutl.ac.th/courses/41/unit901.htm#head2


ความหมายของการเรียนรู้

การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอันเป็นผลจากการที่บุคคลทำกิจกรรมใดๆ ทำให้เกิดประสบการณ์และเกิดทักษะต่างๆ ขึ้นยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมค่อนข้างถาวร


ภาพของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในฝัน


















อาคาร สถานที่ต้องมีความเหมาะสมในการทำกิจกรรม เช่น ร่มรื่น สวยงาม













ทุกคนทำกิจกรรมร่วมกัน













และต้องให้ความรู้กับเด็กๆ

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 1 กิจกรรมและความคิดเห็นเกี่ยวกับรายวิชา






กิจกรรมและความคิดเห็นเกี่ยวกับรายวิชา


ข้าพเจ้าคิดว่าวิชาการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เป็นวิชาที่น่าสนุกมาก เพราะเหมือนกับว่าเราได้ออกไปท่องเที่ยวกับสถานที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง
แม้จะไม่ได้เดินทางไปด้วยตัวเองก็ตาม ข้าพเจ้าหวังว่าวิชานี้จะยังคงมีการเรียนการสอนแบบนี้ต่อไป กิจกรรมก็สนุก อาจารย์ก็ใจดี และยังได้รับความรู้อีกมากมาย

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 1 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่ข้าพเจ้ารู้จัก

ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่ข้าพเจ้ารู้จัก

1. พิพิธภัณฑ์ศิริราช

























ที่มา: http://www.tripsthailand.com/th/thai_places_siriraj_museum.php



2.พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง









































ที่มา: http://www.google.co.th/images?hl=th&q=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87&um=1&ie=UTF-8&source=univ&ei=ay4bTN-WAtCXrAedy6ytDA&sa=X&oi=image_result_group&ct=title&resnum=4&ved=0CDEQsAQwAw

http://www.dmr.go.th/ewt_news.php?nid=7118&filename=index


3. พิพิธภัณฑ์พืชสิรินธร

































ที่มา: http://as.doa.go.th/pvp/research.html